วันพุธที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2558

มน.ของฉัน

มหาวิทยาลัยนเรศวร

Naresuan University





ประวัติมหาวิทยาลัย
      ความเป็นมาเกี่ยวกับประวัติมหาวิทยาลัยนเรศวรนั้นมีสภาพการที่สืบต่อเนื่องกันมาหลายขั้นตอน โดยเริ่มต้นจากการเป็นวิทยาลัยวิชาการศึกษาพิษณุโลก เมื่อวันที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2510 ตามพระราชบัญญัติวิทยาลัยวิชาการศึกษา ภายหลังการก่อตั้งวิทยาลัยวิชาการศึกษาประสานมิตรซึ่งจัดตั้งขึ้นเป็นแห่งแรก เมื่อวันที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2497 ภายหลังการก่อตั้งวิทยาลัยวิชาการศึกษาประสานมิตรซึ่งจัดขึ้นเป็นแห่งแรก เมื่อวันที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2497 เป็นเวลา 13 ปี โดยเป็นวิทยาลัยวิชาการศึกษาแห่งที่ 4 รองจากประสานมิตร ปทุมวัน และบางแสน ตามลำดับ
      วิทยาลัยวิชาการศึกษาพิษณุโลก เริ่มรับนิสิตรุ่นแรกเข้าเรียนในชั้นปีที่ 3 ในปี พ.ศ. 2510 แต่เนื่องจากความไม่พร้อมของสถานที่จึงได้ฝาก เรียนที่วิทยาลัยวิชาการศึกษาบางแสน 60 คน วิทยาลัยวิชาการศึกษาปทุมวัน 60 คน และในปี พ.ศ. 2511 จึงเริ่มเปิดการเรียนการสอนโดยรับนิสิตเข้าศึกษาต่อใน ชั้นปีที่ 3 โดยดำเนินการสอนที่พิษณุโลกต่อมาวิทยาลัยวิชาการศึกษาได้ยกฐานะขึ้นเป็นมหาวิทยาลัย โดยพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2517 นามมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เป็นนามพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานตามหนังสือด่วนมากของสำนักพระราชวังที่ รล. 0002/1601 ลงวันที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2517 และพระราชทานความหมายกำกับว่า "ศรีนครินทรวิโรฒ" (มหาวิทยาลัยที่เจริญเป็น ศรีสง่า แก่มหานคร วิทยาลัยวิชาการศึกษาพิษณุโลก ซึ่งเป็นวิทยาลัยวิชาการศึกษา 1 ใน 8 ขณะนั้นจึงยกฐานะขึ้นเป็น มหาวิทยาลัย โดยเป็นวิทยาเขต 1 ใน 8 ของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ อันมี วิทยาเขตประสานมิตรเป็นศูนย์กลางการบริหารของมหาวิทยาลัยโดยในขณะนั้น มหาวิทยาลัย มีที่ดินอยู่ในครอบครอง 1 แปลง คือโฉนดที่ดินเลขที่ 6498 เนื้อที่ 102-3-37 ไร่ ขึ้นทะเบียนเป็นที่ราชพัสดุแล้ว
      ในปี พ.ศ. 2522 มหาวิทยาลัยได้ขออนุญาตกระทรวงมหาดไทยใช้ที่ดินสาธารณประโยชน์ บริเวณทุ่งหนองอ้อปากคลองจิกเนื้อที่ตามหนังสือสำคัญ สำหรับหลวง 1280-2-85 ไร่ ต่อมาได้มีพระราชกฤษฎี การกำหนดเขตที่ดินบริเวณนี้เป็นเขตจัดรูปที่ดินอยู่ในความดูแลของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มหาวิทยาลัยนเรศวร จึงขอใช้ที่ดินดังกล่าวเพื่อประโยชน์ทางการศึกษา ได้รับอนุมัติแล้วได้นำขึ้นทะเบียนเป็นที่ราชพัสดุ เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2527 โดยทำการรังวัดที่ดินใหม่เป็น 2 แปลง แปลงที่ 1 มีพื้นที่ 1283-3-06 ไร่ ทะเบียนราชพัสดุเลยที่ 903 แปลงที่ 2 มีพื้นที 102-3-37 ไร่ ทะเบียนราชพัสดุเลขที่ 904 รัฐบาลได้แต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาความเหมาะสมในการจัดตั้งมหาวิทยาลัยในส่วนภูมิภาค และมีมติรับหลักการที่จะยกฐานะมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ พิษณุโลก ขึ้นเป็น มหาวิทยาลัยเอกเทศในวันที่ 9 สิงหาคม พ.ศ 2527 คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้ดำเนินการตราพระราชบัญญัติ จัดตั้งมหาวิทยาลัยขึ้น ช่วงปีพ.ศ. 2527-2531 มหาวิทยาลัยได้เตรียมความพร้อมสำหรับมหาวิทยาลัยแห่งใหม่ โดยจัดทำผังแม่บทการเตรียมงบประมาณทางด้าน การก่อสร้าง และพัฒนาด้านอาคารสถานที่ และบุคลากร รัฐบาลขณะนั้นมี พลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ เป็นนายกรัฐมนตรี ได้มีมติให้ยกฐานะวิทยาเขตพิษณุโลก ของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ขึ้นเป็นมหาวิทยาลัยเอกเทศ และได้ตราพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยนเรศวร พ.ศ. 2533 ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ฉบับพิเศษเล่มที่ 107 ตอนที่ 131 ลงวันที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2533 ซึ่งเป็นวันครบรอบ 400 ปี ของการเสด็จขึ้นครองราชย์ของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช พระมหากษัตริย์ผู้ทรงคุณูปการอันใหญ่หลวงแก่แผ่นดินไทย อีกทั้งยังทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ทรงมีประสูติกาล และจำเริญวัยที่เมืองพิษณุโลก มหาวิทยาลัย จึงได้กำหนดให้วันที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2533 เป็นวันกำเนิดมหาวิทยาลัย และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชได้ทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯ พระราชทานนามมหาวิทยาลัยใหม่นี้ว่า "มหาวิทยาลัยนเรศวร" เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2532 นับเวลาจากการเป็นวิทยาลัยวิชาการศึกษา 7 ปี และได้รับการยกฐานะขึ้นเป็นวิทยาเขตของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒอีก 16 ปี รวมเวลาแห่งการก่อตั้งแต่เริ่มจนกระทั่งเป็นมหาวิทยาลัยนเรศวรได้ใช้เวลา ยาวนานถึง 25 ปี

            สัญลักษณ์ของมหาวิทยาลัย

มน.(NU) คือ อักษรย่อทางราชการ ประจำมหาวิทยาลัยนเรศวร
นเรศวร คือพระนามสมเด็จพระนเรศวรมหาราชองค์มหากษัตราธิราชผู้ทรงกอบกู้อิสรภาพของชาติไทยให้หลุดพ้นจากความเป็นประเทศราชของพม่า ครั้งเสียกรุงครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. 2112 ทรงประกอบวีรกรรม  กล้าหาญนำชาติให้ก้าวสู่ความเป็นเอกราชเกรียงไกร เทียมไหล่นานาประเทศ ทรงเป็นพระมหากษัตรธิราช ทรงมีพระประสูติกาล ทรงพระเจริญวัยที่เมืองพิษณุโลก ทรงเป็นศรัทธา ความภูมิใจ เป็นศักดิ์ศรีของคนชาวพิษณุโลกและคนไทยทั้งชาติ

ตราสัญลักษณ์



ตราสัญลักษณ์ เป็นพระบรมรูปสมเด็จพระนเรศวรมหาราชในท่านั่ง พระหัตถ์ขวาทรงสุวรรณภิงคารหลั่งทักษิโณทก ประกาศอิสรภาพ ตอนล่างพระแท่นมีอักษรชื่อมหาวิทยาลัยนเรศวร อยู่ภายในป้ายชายธง




                                                                      


ตราสัญลักษณ์ เป็นรูปช้างศึก อยู่ในโล่ห์กลมแบบโบราณ ตอนล่างรูปช้างศึกมีอักษรชื่อมหาวิทยาลัยนเรศวร อยู่ภายในป้ายชายธง




ดอกไม้

                                                                                                                                                                               





 ดอกไม้ คือ ดอกเสลา


สี











สี คือ สีเทา-แสด 

สีเทา หมายถึง สีของสมอง แปลว่าความคิดหรือปัญญา 
สีแสด หมายถึง สีของคุณธรรมและความกล้าหาญ 
สีแสดประกอบด้วย 
สีแดง หมายถึงสมเด็จพระนเรศวร แปลว่าความกล้าหาญ 
สีเหลือง หมายถึงพระพุทธชินราช แ ปลว่าคุณธรรม


คณะที่เปิดสอนในมหาวิทยาลัยนเรศวร


1.คณะเกษตรศาสตร์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม





2.คณะทันตแพทยศาสตร์







3.คณะแพทยศาสตร์







4.คณะพยาบาลศาสตร์









5.คณะวิทยาศาสตร์การแพทย์










6.คณะสาธารณสุขศาสตร์






7.คณะเภสัชศาสตร์






8.คณะวิทยาศาสตร์








9.คณะวิศวกรรมศาสตร์









10.คณะสหเวชศาสตร์








11.คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์










12.คณะศึกษาศาสตร์








13.คณะสังคมศาสตร์







14.คณะบริหารธุรกิจ เศรษฐศาสตร์และการสื่อสาร 






15.คณะมนุษยศาสตร์









16.คณะนิติศาสตร์









17.วิทยาลัยนานาชาติ












 สถานที่น่าสนใจในมหาวิทยาลัยนเรศวร



ลานสมเด็จ มหาวิทยาลัยนเรศวร




หอพระเทพรัตน์ มหาวิทยาลัยนเรศวร



ลานเทเลทับบี้ มหาวิทยาลัยนเรศวร




วิทยาลัยพลังงาน มหาวิทยาลัยนเรศวร



กิจกรรมที่ต้องทำกันทุกปี

Beginning Camp 

     จะเป็นค่ายรับน้องปีหนึ่งทั้งมหาวิทยาลัย ซึ่งจัดทุกปีในวันสุดท้ายของค่ายจะมีพิธีบายศรีสู่ขวัญอันศักดิ์สิทธิ์และผูกข้อมือให้กับนิสิตใหม่ โดยรุ่นพี่จะให้น้องๆ หลับตาก่อนแล้วพอลืมตาขึ้นมาก็เจอกับแสงเทียนพร้อมเสียงเพลงรับน้องจากรุ่นพี่เป็นอะไรที่ประทับใจ และตื้นตันมากเลยครับ






Power Cheer NU


    เป็นการ โชว์ Spiritของนิสิตชั้นปีที่ 1 โดยนิสิตแต่ละคณะจะมารวมกันและทำกิจกรรมร่วมกัน มีทั้งการแสดงการแสดงสแตนเชียร์พร้อมกับผู้นำเชียร์ การเชียร์โค้ด การเชียร์เต้น และกิจกรรมมอบธงรุ่นซึ่งแสดงให้เห็นว่านิสิตนั้นมีความสามัคคีซึ่งกันและกันที่ทำให้กิจกรรมที่ทำผ่านไปได้





วีดิทัศน์แนะนำมหาวิทยาลัยนเรศวร




มน.ของฉัน

       วันแรกที่ผมได้เข้ามาในมหาลัยนเรศวร สิ่งแรกที่ผมเห็นจากสายตา คือมีต้นไม้ที่เขียวขจีอยู่ตามข้างทางและบริเวณโดยรอบ วันที่ผมเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัยในใจผมคิดเลยว่าเราจะใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัยอย่างไร เพื่อนใหม่จะเป็นเช่นไร ซึ่งช่วงนั้นผมคิดไปต่างๆนาๆ เพราะว่าผมไม่มีเพื่อนที่โรงเรียนสมัยที่เรียนมัธยม มาเรียนในสาขาเดียวกันเลย ซึ่งผมเป็นคนติดเพื่อนมากมันทำให้ผมรู้สึกอ้างว้างไปเล็กน้อย แต่ทำไงได้คนเราทุกคนต้องตามหาความฝันของตนเอง จึงทำให้ผมต้องทำหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุด คือต้องศึกษาเล่าเรียน ทำหน้าที่ลูกที่ดีของพ่อและแม่ หลังจากที่ผมได้เข้ามาอยู่ในรั้วมหาลัยนเรศวร ได้สักระยะหนึ่งผมก็รู้สึกได้ที่แห่งนี้หละ คือที่ที่จะหล่อหลอมให้ผมมีความเข้มแข็งและอดทนมากยิ่งขึ้น ลืมบอกไปว่าผมเรียนอยู่คณะศึกษาศาสตร์ สาขาฟิสิกส์ นะครับ ตลอดระยะเวลาที่ผมอยู่ในมหาวิทยาลัย ผมได้ร่วมกิจกรรมหลายๆ อย่าง ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมคณะ กิจกรรมของมหาวิทยาลัย ซึ่งผมก็ไม่รู้หรอกว่ากิจกรรมมีความสำคัญต่อเราอย่างไร ผมก็เข้าร่วมหมดนะซึ่งบางครั้งก็เหนื่อยมาก ผมเชื่อว่ากิจกรรมทุกกิจกรรมล้วนมีข้อคิดที่แฝงอยู่เพื่อสอนให้เราใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างมีความสุข สอนให้มีความอดทน มีความรัก ความสามัคคีในหมู่คณะ สอนให้เรามีความเสียสละ ทำให้เรามองเห็นสังคมที่มีความหลากหลายนี่แหละคือสิ่งที่สังคมของมหาลัยนเรศวรที่หล่อหลอมให้เราทุกคน มีความอดทน เสียสละ มีทักษะในการดำรงชีวิต เป็นคนดีของสังคม เพื่อที่จะไปพัฒนาประเทศชาติให้เจริญก้าวหน้าต่อไปที่แห่งนี้หละคือที่ที่ผมรักมาก  ''มน. ของฉัน''





1 ความคิดเห็น: